กรุงเทพฯ ประเทศไทย
nattawut.kreangkraileard@gmail.com

การตลาดออนไลน์และการทำเว็บไซต์สำหรับพ่อค้าแม่ขายมือใหม่

pexels photo 1070982 1

ปัจจุบันการทำการค้าบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ผมขออนุญาตหยิบยกประสบการณ์ของตนเองมาเขียนบทความให้อ่านกัน

ยาวไป เลือกอ่านฉบับย่อ (คลิ๊กที่นี่)

1. การทำการตลาดออนไลน์อาศัยเทคนิค Outbound และ Inbound marketing

นอกจากบัญชี Social Media แล้วยังต้องการการทำเว็บไซต์เพื่อใช้ในการทำกลยุทธ์ดังกล่าวด้วยจึงแนะนำให้ใช้ WordPress.org

2. ขั้นตอนคร่าว ๆ ของการสร้างเว็บไซต์

ประกอบไปด้วย

1. หาชื่อเว็บไซต์ (Domain name) ที่ชอบ

2. หาพื้นที่ฝากเว็บไซต์ (Hosting)

3. ทำกระบวนการติดตั้ง

3. ต้องหา Keyword ที่ใช่

ผ่านโปรแกรม Google Keyword Planner และ Google Trend เพื่อมาทำบทความ SEO บนเว็บไซต์

หลังจากนั้นให้ใช้เทคนิคปุ่ม Call-to-action เพื่อให้คนที่เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของพ่อค้าแม่ขายนั้นถูกย้ายมาเพื่อปิดการขาย และโอนเงินผ่านโปรแกรมแชท (Messaging Application) ที่พ่อค้าแม่ขายถนัด เช่น LINE และ Facebook messenger เป็นต้น

1. การทำการตลาดออนไลน์อาศัยเทคนิค Outbound และ Inbound marketing

เมื่อพูดถึงว่าจะขายของออนไลน์แล้ว หลายคนก็คงจะพูดถึงการ เปิดบัญชี Facebook หรือ Instagram หลังจากนั้นก็พยายามจะชวนเพื่อนหรือคนรู้จักมากดติดตาม…

ไม่นานนักก็ไม่มียอดขาย

และ

ปิดตัวลงใช่ไหมครับ?

จริงๆ แล้ว การทำการตลาดออนไลน์นั้นนอกจากบัญชี Social Media แล้วยังต้องการการทำเว็บไซต์เพื่อใช้ในการทำกลยุทธ์ดังกล่าวการตลาดออนไลน์อีกด้วย

Social Media

การทำการขายของบน Facebook หรือ IG นั้น เป็นการทำการตลาดขาออก (Outbound Marketing) ซึ่งเปรียบเหมือนการตะโกนหน้าบ้านว่า…

“ชั้นมีของมาขาย เธอจะซื้อกันมั้ย?”

ซึ่งเมื่อก่อนนั้น การทำการตลาดแบบนี้ดูจะเข้าท่า แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นวิธีการที่ไม่ดีเสมอไป เพราะผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลด้วยตนเองได้เกือบทั้งหมด

Website เครื่องมือสำคัญทางการตลาดออนไลน์

ในขณะที่การทำการตลาดขาเข้า (Inbound Marketing) เปรียบเหมือนการที่เราตระเตรียมสินค้าให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อรอลูกค้าเอ่ยปากว่าอยากได้สินค้าอะไร เปรียบเหมือนการที่เรา…

เสนอสินค้าที่ลูกค้าอยากได้ ในเวลาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามนั้น การตลาดขาเข้า (Inbound Marketing) จำเป็นต้องใช้ “Website” ในการทำกลยุทธ์ดังกล่าว

พอมาถึงจุดนี้ หลายท่านคงจะเริ่มคิดว่า…

ยุคนี้ยังมีใครใช้ Website อีกหรอ ?

ผมตอบว่า ใช่ครับ และยังมีความจำเป็นอยู่มาก เพราะการมี Website นั้น เปรียบเหมือนการมีบ้านเป็นของตนเอง (อ่านเพิ่มเติมที่นี่)

หลายท่านคงจะคิด และกังวลว่า Website นั้น ทำยาก เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมก็จะตอบว่า ไม่จำเป็นต้องเลือกตัวยากขนาดนั้นก็ได้ครับ เพราะปัจจุบันนั้น Website มีอยู่ 2 แบบ คือ

  • Website สำเร็จรูปสำหรับนักธุรกิจ (Businessperson)
  • Website สำหรับนักพัฒนา (Developer)

Website สำเร็จรูปสำหรับนักธุรกิจ (Businessperson)

ตัวอย่าง Website สำเร็จรูป

ปัจจุบันเรามี Website สำเร็จรูปสำหรับนักธุรกิจให้เลือกใช้กันหลายเจ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ 

รายการที่ชื่อบริการสถานที่ตั้ง
1Wix.comต่างประเทศ
2weblium.comต่างประเทศ
3weebly.comต่างประเทศ
4blogger.comต่างประเทศ
5WordPress.comต่างประเทศ
6Makewebeasy.comไทย
7Readyplanet.comไทย
8iGetweb.comไทย

บริการข้างต้น จะทำให้เราสร้าง website ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ผ่านการเลือก Theme ที่อยากได้ แล้วปรับแต่งให้ถูกใจ ผู้ให้บริการหลายเจ้าอนุญาตให้เราใช้งานฟรีด้วยครับ แต่อย่างก็ตามชื่อ website จะอยู่ปนกันกับชื่อ website เราด้วย แต่ถ้าเสียค่าบริการก็สามารถเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ตามที่ใจเราต้องการได้

Website สำหรับนักพัฒนา (Developer)

เครื่องมือทำ Website ยอดนิยมที่สุดในยุคนี้ (WordPress.org)

ยังมีอีกบริการที่จะทำให้เราสามารถสร้าง website ได้อยากถูกใจในทุก ๆ ขั้นตอน คือ

  • เริ่มจากหาชื่อ Website เอง
  • หาที่ฝาก Website เอง
  • ติดตั้งด้วยตนเอง

โดยบริการดังกล่าวแนะนำให้ใช้ WordPress.org (ซึ่ง Website นี้ใช้บริการนี้อยู่) เพราะสามารถปรับแต่งขั้นสูงได้ ไม่เหมือนกันกับ Website สำเร็จรูปสำหรับนักธุรกิจ (Businessperson) ที่แม้ว่าจะใช้งานได้ง่ายในตอนต้น แต่เมื่อจะปรับแต่งขั้นสูงแล้วจะไม่สามารถทำได้ดั่งใจ อาทิ

ตัวอย่างการปรับแต่ง คือ การที่มีหน้าต่าง Pop-up เด้งขึ้นมาเพื่อขอข้อมูลลูกค้า เช่น อีเมล

รวมถึงการติดพื้นที่ว่างไว้สำหรับการโฆษณา

ด้วยเหตุนี้ในระยะยาวแล้ว ผมจึงแนะนำให้ใช้ WordPress.org

2. ขั้นตอนคร่าว ๆ ของการสร้างเว็บไซต์

2.1. หาชื่อเว็บไซต์ (Domain name) ที่ชอบ

บริการจดชื่อเว็บไซต์ (Domain name) จาก name.com
nattawut-kreangkraileard.com มีคนใช้ไปแล้ว ระบบจึงแนะนำเป็น .asl และตัวเลือกอื่น ๆ แทน

ก่อนอื่นต้องทำการค้นหาชื่อเว็บไซต์ (Domain name) ที่อยากได้ เพื่อตรวจสอบดูว่าชื่อดังกล่าวมีใครใช้ไปแล้วหรือยัง หากมีแล้วก็ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ หากยังไม่มีใครเป็นเจ้าของเราก็สามารถซื้อไว้ใช้งานได้

2.2. หาพื้นที่ฝากเว็บไซต์ (Hosting)

มีผู้ให้บริการ Hosting หลายเจ้าในประเทศไทย

เมื่อได้ชื่อเว็บไซต์ (Domain name) ที่อยากได้แล้วก็ต้องหาพื้นที่ฝากเว็บไซต์ (Hosting) ที่อยากได้ในประเทศไทยมีหลายเจ้า ราคาก็แตกต่างกันไป

Godaddy เป็นผู้ให้บริการด้าน Hosting ระดับต้น ๆ ของโลก

เมื่อจะตัดสินใจเลือกเจ้าใดก็ต้องดูว่าเราสะดวกติดต่อกับผู้ให้บริการว่าเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ หากสะดวกเป็นภาษาไทยก็แนะนำให้เลือกผู้บริการในประเทศไทยจะดีกว่า

2.3. ทำกระบวนการติดตั้ง

หน้าหลักของ WPThaiuser.com

การติดตั้งแม้ว่าจะไม่ได้อาศัยเทคนิคทางการเขียนโปรแแกรมแต่ก็ยังมีความซับซ้อนอยู่ดี ผมแนะนำบทความ “คู่มือการติดตั้ง WordPress (Manual)” โดย WPThaiuser.com ที่เขียนได้ชัดเจนมาก

เนื้อหาน่าสนใจในระดับใด

โปรดให้คะแนน

คะแนนเฉลี่ย / 5. นับคะแนน

ยังไม่มีใครให้คะแนนเลย มาเป็นคนแรกที่ให้คะแนนกันเถอะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.