กรุงเทพฯ ประเทศไทย
nattawut.kreangkraileard@gmail.com

สรุปเนื้อหา IT iTrend ครั้งที่ 11 พลังคลื่นลูกใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจ

Untitled e1541848450186

วันนี้ผมได้มางาน IT itrend ซึ่งงานนี้ได้จัดงานขึ้นมาเป็นครั้งที่ 11 แล้ว ในชื่องานที่ว่า “IT iTrend ครั้งที่ 11 พลังคลื่นลูกใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจ” โดยทีมงานได้เลือกที่จามจุรีสแควร์ชั้น 32 เป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว

โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่

วิทยากรในงาน

เปิดงานโดย ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทฯ คุณนพสิทธิ์ฯ ได้กล่าวว่า

  • ไทยแวร์ได้ทำธุรกิจมานานกว่า 19 ปี จากการที่เป็นเว็บไซต์ให้ค้นหาซอฟต์แวร์ฟรีเพื่อดาวน์โหลด มาเป็นผู้ให้บริการข้อมูลอินเตอร์เทนเมนต์ต่าง ๆ เช่น ด้านเกมส์ (เก่งกะเกมส์) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการ Thaiwareshop ที่จำหน่ายทั้งซอฟต์แวร์และ hardware รวมถึง project startup คือ freelandbay ที่เป็นแพลตฟอร์มในการหาคนทำงานฟรีแลนซ์ และได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น aorr ที่จับคู่คนเรียนและสอนพิเศษ นอกจากนี้ยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

ช่วงแรก วิทยากรเริ่มโดยการคำถามว่า AI คืออะไร และให้นิยามศัพท์ต่าง ๆ ทาง AI ว่ามีความหมายว่าอย่างไร

 

  • คุุณอ๋อม เล่าว่า AI มีมาตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1956 แล้ว เรียกว่าเป็น AI ยุค 1.0 ปัจจุบันเป็น AI 2.0 โดยความหมายของ AI ก็คือทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาดขึ้น โดยคุณอ๋อมแนะนำให้รู้จักกับ Natural Network ที่ได้ตั้งชื่อจากเครือข่ายสมองของมนุษย์ว่าเหมือนมี node ต่อ ๆ กัน แล้วให้ผู้ใช้งานลองสอน AI ให้มีความรู้ Natural Network นั้นมีทักษะที่ dynamic มากกว่าการเขียนโปรแกรม logic แบบเดิม คุุณอ๋อมได้ยกตัวอย่าง AlphaGO ของ Google ที่เรียนรู้วิธีการเล่นใน 3 ชั่วโมงในขณะที่ใช้คนเรียนนานถึง 5 ปี คุุณอ๋อมได้พูดถึง Natural Language Processing ว่ามีคุณสมบัติในการดึงข้อมูลจากข้อความ โดยเรียกว่า information extraction นอกจากนี้ยังมีการจัดกลุ่มของข้อมูล คือ Classification and Clustering และได้ปิดท้ายโดยการยกตัวอย่าง text-to-speech ที่ประเทศจีนนำมาสร้างนักข่าว AI ซึ่งหลักการนั้นไม่ได้ซับซ้อนมาก โดยกล่าวว่าปัจจุบัน AI นั้นยังไม่ได้ล้ำหน้าถึงขนาดมาทำร้ายคนได้
  • ดร.เทพชัย กล่าวว่า ผมเคยอยู่ในปลาย ๆ ยุคแรกที่เรียกว่า AI winter คือ เป็นยุคจำศีลของ AI เพราะยุคนั้นยังไม่มีข้อมูลขนาดใหญ่ AI จึงไม่ค่อยเกิดขึ้นให้เห็นเท่าไหร่ไม่เหมือนในปัจจุบัน ดร.เทพชัยได้ตอบวิทยากรว่า NLP คือ การทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาคน ปกติคนรับรู้โดยการฟังพูดอ่านเขียน สำหรับ NLP นั้นเราจะทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจ input ที่เข้ามาในคอมพิวเตอร์ เช่น ความหมายของตัวอักษร เป็นต้น โดยภาษาที่ใส่เข้ามานั้นไม่จำกัดแค่ภาษาไทยเท่านั้น
  • คุณนพ พงศธร กล่าวว่า AI เกิดมานานแล้ว แต่คอมพิวเตอร์สมัยนั้นยังไม่ฉลาดเท่าสมัยนี้ นิยามของ AI คือสมองคนเทียม โดยเรียนรู้ผ่านการใช้ machine learning อันเป็นเครื่องยนต์ในการเรียนรู้อะไรบางอย่างของ AI ผมขอออกตัวว่าผมมีความรู้น้อยที่สุดในวันนี้เมื่อเทียบกับวิทยากรท่านอื่น ๆ เพราะอยู่ในฐานะนักธุรกิจมากกว่านักเขียนโปรแกรม โดยคุณนพ พงศธรกล่าวต่อว่า ขอเปรียบว่า AI เหมือนขุมพลังและขุมทรัพย์มหาศาล อยากให้อ้างอิงไปที่ Google (ชี้ไปที่สไลด์ของ Google บนจอ) นอกจากนี้แล้ว Machine Learning ยังประกอบไปด้วย Deep Learning / Predictive Analytics เคยมีคนต่างชาติคนนึงเอาแนวคิดนี้ไปทำกองทุนเพื่อเก็งกำไรหวย จนถูกไล่ออกนอกประเทศหลายครั้ง นอกจากนี้ยังพูดถึงการเรียนรู้ สำหรับคอมพิวเตอร์นั้นสามารถเรียนรู้แบบมนุษย์ได้โดยหารเรียนรู้จากตัวอักษร (Natural Language processing) คุณนพ พงศธรถามว่าใครเคยเล่น text-to-speech บ้าง (การพูดใส่มือถือเพื่อเป็นข้อความ) เมื่อ 4 ปีก่อนยังไม่ฉลาดเท่านี้เลย โดยระบบเรียนรู้จากความผิดพลาดจากการแปลงเสียงเป็นอักษรผ่านผู้ใช้งาน นอกจากนี้ คุณนพ พงศธร กล่าวว่า image recognition นั้นช่วงแรก ๆ มนุษย์จะบอกระบบว่ารูป ๆ นั้น คืออะไรโดยมนุษย์ต้องสอน AI เป็นพัน ๆ รูป อยากให้ลองเล่น Google Photo แล้วลองค้นคำว่า swimming หรือ chicken ระบบก็สามารถค้นเจอรูปที่เกี่ยวข้องกับคำดังกล่าวได้

 

วิทยากร ถามต่อว่า AI จะเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจได้อย่างไร?

  • ดร.เทพชัย ยกตัวอย่าง แชทบอทที่นำมาใช้กับ call center โดยแชทบอทจะอยู่บน Facebook / Line หรือเจ้าของธุรกิจจะสร้างขึ้นมาเองเพื่อไปผูกกับระบบของ Facebook / Line ก็ได้ (ในประเทศไทยบริษัททำ CHATBOT ที่มีชื่อเสียงเจ้านึง คือ https://zwiz.ai/ AI Chatbots and Analytics Tools For Businesses – ผู้จดบันทีก) โดยได้ยกตัวอย่างความสามารถของ Google Assistant ในงาน Conversational Agent – Google 2018 ว่า Google Assistant โทรไปโต้ตอบและจองคิวตัดผมให้เจ้านายได้ ดังนั้นหากคำถามที่มาจากลูกค้าไม่ซับซ้อนเกินไปให้คุยกับแชทบอทเพื่อแบ่งเบาภาระงานได้ โดยใช้หลักของ Customer Journey มาสร้างความฉลาดให้ระบบ ผมขอเปิดอีกสไลด์นึง คือ YOLOv3 คือ การวิเคราะห์วัตถุด้วยภาพ โดยได้แสดงวิดีโอที่ระบบวิเคราะห์ได้ว่าในคลิปนั้นสิ่งใดคือคน รถยนต์ รถบรรทุก สุนัข กระเป๋า เป็นต้น โดยต้องสร้างโมเดลแล้วอาศัยคนในการสอนระบบ AI ซึ่งปัจจุบันมีความสะดวกในการสร้างมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างคลิป intelligent cctv โดย Dr. Mahasak’s from KMUTNB (ถามคนในห้อง) ผมสมมติว่าถ้ารถยนต์ทุกคนไร้คนขับจะกล้านั่งกันหรือไม่ (ส่วนใหญ่ไม่ยกมือ) กล่าวต่อว่า จริง ๆ ถ้าไม่มีคนขับเหมือนกันหมดเราจะรู้สึกปลอดภัยมากกว่า ในกรณี AI ทำผิดกฎหมาย ในบางประเทศเรื่มมีกองทุนมาเยียวยากรณีดังกล่าว ในประเทศจีนก็มีการส่งของทางโดรนโดยรองรับน้ำหนักได้มาถึง 2 ตัน

 

 

 

เริ่มเสวนาต่อใน Session 2 สถานการณ์ปัจจุบันของ AI ในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ

  • ดร.เทพชัย เรื่องของโดรนในบ้านเรายังติด ๆ อยู่ คือ อยู่ใน safe mode แต่ก็ตามเทรนด์จะผ่อนลงทีละนิด ในขณะที่ AI ก็เติบโตขึ้นทีละนิด ในภาครัฐจะนำเอา Big data ไปใช้มากกว่า AI โดยกระทรวง DE ได้ตั้งสถาบัน IoT และกระทรวงวิทยาศาสตร์ NECTEC มีการคิดที่จะนำเอา AI มาใช้ในภาครัฐบ้างแล้ว นอกจากนี้พูดถึง Technology Shift ว่าตอนนี้กำลังขยับตัวจาก IT —> Digital —> AI (ยุคแรกช่วยมนุษย์จดจำและช่วยคำนวณจนถึงการช่วยตัดสินใจ) ในบางประเทศเช่น UAE มีกระทรวง AI ในมหาวิทยาลัยเช่นกันมีการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว เชื่อว่าอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า เราก็ปรับตัวได้ อยากยกตัวอย่างหุ่นยนต์เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบทำความสะอาดโดยไม่ตกบันได ยังไม่ต้องกังวลเรื่อง AI แต่ที่น่ากังวลคือ Privacy กับ Security เราควรเลือกอย่างไร ในมุม AI ก็ต้องให้เราเลือกระหว่าง Privacy กับ Comfort ปัจจุบันคนยอมสละความส่วนตัวเพื่อความสะดวกสบาย ในด้านที่ผมกังวลคือ Ethics 9 ประเด็นของ AI เรื่องใกล้ตัว คือ การว่างงานของมนุษย์ ความไม่เสมอภาค หุ่นยนต์มีความลำเอียง เป็นต้น เราต้องปรับตัวและการปรับตัวนี่ก็คือทักษะที่สำคัญของคนยุคใหม่ ระบบ AI ก็ยังต้องมีมาตรฐานจึงมีหลายหน่วยงานเริ่มคิดถึงมาตรฐาน ISO
  • คุุณอ๋อม รอบโลกเพิ่งจะมาคุยกันในเรื่อง AI ในปี 2 ปีนี่เอง ประเทศไทยจึงยังไม่อยู่ในจุดที่ช้าเกินไป แสดงสไลด์ Big Data and AI landscape 2018 ในช่วงปีถึงสองปีพบว่า AI มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่ Airbnb ใช้ AI ในการตรวจสิ่งผิดปกติในระบบการเงินการบัญชี Netflix วิเคราะห์ว่าคนชอบดูหนังแบบใด และเปลี่ยนหน้าปกภาพยนตร์ให้เหมาะกับรสนิยมทำให้กิจการเติบโตขึ้น 50% ในช่วงหลัง AI ทำการออกแบบรองเท้าทั้งหมด ดังนั้นการเก็บข้อมูลในภาคธุรกิจอย่างมาก ใกล้ตัวมากกว่านั้น ได้แก่ Youtube ที่มีการแนะนำวิดีโอที่เราสนใจ รวมถึง Facebook Feed ที่จะแสดงข้อมูลที่น่าสนใจอาจจะเกิดอคติคือเราเห็นข้อมูลที่เราอยากเห็นเท่านั้น จึงมีข้อถกเถียงว่า AI ชักชวนให้คนเรามีปรารถนามุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ครั้งหนึ่ง Bill Gates กล่าวว่า AI ที่มนุษย์หวาดกลัวยังไม่มาถึงเเต่เป็นการสร้าง AI เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ ส่วนตัวมองว่าถ้าเป็นเรื่องที่ต้องกังวลควรจะมีกฎควบคุม แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องควบคุม เพราะ AI อยู่รอบตัวเรา เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ผู้คนได้เห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
  • คุณนพ พงศธร ภาครัฐบ้านเราอยู่ในช่วงทำข้อมูลในรูปดิจิตอลมากกว่า ยังไม่ถึงยุค AI สำหรับในมุมธนาคารจะนำเอา AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ก่อน data analytics มีการนำมาใช้ก่อนอยู่แล้วตั้งแต่สมัยทำร้านโชห่วย แต่ระบบ data analytics มาเห็นจุดที่มองไม่เห็น เช่น Walmart พบว่าคนซื้อผ้าอ้อมพร้อมเบียร์ เป็นต้น ข้อมูลต้องถูกต้อง ถูกรูปแบบ  (Clean data) แค่นั้นก็สามารถนำไปวิเคราะห์บน Excel ก็ใช้ได้แล้ว เทคโนโลยีใกล้ตัวที่พบคือ Google Translate ที่แปลได้ดีมากผ่าน Engine Robot ที่อ่านข้อความจากในทุกเว็บไซต์ ส่วนตัวผมมองว่า AI ไม่น่ากังวลเพราะเป็นเทคโนโลยีนึงเท่านั้น บางเทคโนโลยีบางอย่างน่ากลัวกว่า AI ก็มี เหมือนเทคโนโลยีอินเตอร์เนตที่วันนี้ใครก็ขาดไม่ได้

การเตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยี AI

  • คุณนพ พงศธร ตอบในฐานะคนอายุ 24 เพิ่งเรียนจบได้ 2 ปี เทรนด์แสดงให้เห็นว่าเรามีโอกาสตกงาน เราต้องเรียนในสาขาที่ตลาดต้องการ ส่วนการแย่งงานโดย AI นั้น AI แย่งงานมนุษย์ในงานบางประเภทเท่านั้นที่ทำได้ดีกว่ามนุษย์ ตอบแบบภาพรวมในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่าประชากรจะลดลง โดยสรุปแล้วมนุษย์จะทำงานด้านอื่นที่ไม่ใช่ด้านแรงงาน
  • ดร.เทพชัย พ่อแม่ชอบให้ลูกเรียนหมอหรือวิศวะ หรือเรียนต่อนอกประเทศ การเรียนด้านการพัฒนาด้าน AI ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี และไม่ยากจนเกินไป เพราะใกล้ตัวมากขึ้นกว่าเดิม (แสดงสไลด์ AI-enabled jobs) ว่าอาชีพใดที่ AI จะมาแทนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงาน routine เหนื่อยหนัก ทำแล้วเสียสุขภาพ และแสดงอาชีพที่ปลอดภัยจาก AI คือ อาชีพที่ใช้การตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์
  • คุุณอ๋อม ในอนาคตจะมีสาขาใหม่ ๆ มาให้ศึกษา นักศึกษายังไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป แค่มองว่าเราจะเก่งด้านไหน ระหว่างฝั่งคนสร้าง AI หรือฝั่งคนใช้ AI

 

ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://activity.thaiware.com/material/ititrend11/IT-iTrend-11-AI.pdf

เนื้อหาน่าสนใจในระดับใด

โปรดให้คะแนน

คะแนนเฉลี่ย / 5. นับคะแนน

ยังไม่มีใครให้คะแนนเลย มาเป็นคนแรกที่ให้คะแนนกันเถอะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.